--Advertisement--

แอร์บ้านควรมีหลักในการเลือกซื้ออย่างไรมาดูกัน

วิธีการเลือกชื้อแอร์บ้าน
1. ชนิดของแอร์บ้านที่นิยมใช้ในบ้านอยู่อาศัย ในปัจจุบันมีจำหน่ายในท้องตลาด 3 ชนิด คือ

แอร์บ้าน ชนิดติดหน้าต่าง จะเหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะที่ติดตั้งวงกบหน้าต่าง ติดกระจกช่องแสงติดตาย บานกระทุ้ง บานเกล็ด เป็นต้น มีขนาดตั้งแต่ 9,000 – 24,000 บีทียู/ชม. มีค่าประสิทธิภาพ (EER=บีทียูต่อชั่วโมง/วัตต์) ตั้งแต่ 7.5 – 10 บีทียู/ชม./วัตต์
แอร์บ้าน ชนิดแยกส่วนติดฝาผนังหรือแขวน เหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะทึบจะติดตั้งได้สวยงาม แต่จะมีราคแพงกว่าเมื่อเปรียบเทียบแอร์ชนิดต่าง ๆ ที่มีขนาดเท่ากัน (บีทียู/ชม.) แอร์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า และจะมีสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบอิเลกคทรอนิกส์สำหรับควบคุมอุณหภูมิความเย็นของห้อง มีขนาดตั้งแต่ 8,000 – 24,000 บีทียู/ชม. ค่า EER ตั้งแต่ 7.5 – 13 บีทียู/ชม./วัตต์

แอร์บ้าน ชนิดแยกส่วนตั้งพื้น จะเหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะห้องที่เป็นกระจกทั้งหมด ผนังทึบซึ่งไม่อาจเจาะ ช่องเพื่อติดตั้งได้ เมื่อเปรียบเทียบแอร์บ้านชนิดต่าง ๆ ที่มีขนาดเท่ากัน แอร์บ้านชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่า มีขนาดตั้งแต่ 12,000 – 36,000 บีทียู/ชม. มีค่า EER ตั้งแต่ 6 – 11 บีทียู/ชม./วัตต์


แอร์บ้าน coolthailand.com

2. ควรเลือกซื้อแอร์บ้านที่มีสลากประหยัดไฟ โดยเป็นสติกเกอร์ติดอยู่ที่แอร์ ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคุณภาพ โดยกำหนดเป็นตัวเลขดังนี้

ตารางหมายเลข ประสิทธิภาพแอร์

3. ควรเลือกขนาดของแอร์บ้านให้เหมาะสมกับห้องที่ต้องการติดตั้ง โดยที่ความสูงของห้องไม่เกิน 3 เมตร ควรเลือกขนาดตามตารางต่อไปนี้

ตารางการเลือกขนาดแอร์เทียบกับขนาดห้อง


ที่มา guaranteelogo.com

Read More 0 Comment

กลิ่นเหม็นอับในช่องแอร์กับวิธีดูแลรักษา

กลิ่นอับ กลิ่นเหม็น เป็นกลิ่นที่ท่านผู้เป็นเจ้าของรถยนต์ไม่พึ่งประสงค์ ที่จะให้เกิดขึ้นภายในบ้าน และรถยนต์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ต้นตอแห่งกลิ่นเหม็นอับชื้นที่เกิดขึ้นในรถยนต์ ส่วนใหญ่เกิดมาจากตู้แอร์ภายในรถยนต์ที่มีความอับชื้น เมื่อจอดรถยนต์ตากแดดเป็นเวลานานๆ ความชื้นที่เกิดขึ้น บวกกับความร้อน ได้ทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในตู้แอร์เกิดการทำงาน และส่งกลิ่นเหม็นอับออกมาเมื่อเปิดแอร์ใหม่ๆ “ทราบหรือไม่ว่ากลิ่นเหม็นอับภายในห้องโดยสารหรือในบ้าน คือ แหล่งสร้างเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว”

กลิ่นเหม็นอับ ที่เกิดจากตู้แอร์ภายในห้องโดยสารหรือในห้องนอน เป็นแหล่งการสร้างเชื้อโรคชั้นเยี่ยม ที่อยู่ภายในห้องโดยสาร ในเวลาที่เปิดแอร์ กระแสลมได้พัดพานำ แบคทีเรีย เชื้อราต่างๆ ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เมื่อเราหายใจเข้าไปก็จะรับเอาเชื้อโรคเข้าไปด้วย  ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยในหลายโรคที่เกิดขึ้น การดูแลรักษา และ รู้จักการใช้แอร์อย่างถูกวิธี ย่อมเป็นการช่วยให้ห้องโดยสารไม่มีกลิ่นอับหรือมีกลิ่นที่น้อยลงได้

แอร์ porcoenergy.com

วิธีการดูแลรักษา แอร์-เครื่องปรับอากาศ

- อย่าวางสิ่งของขวางทางลมเข้าออก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอร์ลดลงและสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า

- หมั่นล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้มีฝุ่นเกาะ เพราะหากแผ่นกรองอากาศสกปรกหรืออุดตัน จะทำให้แอร์ทำงานหนัก ห้องไม่เย็น และสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้า การล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ  คือ ถอดหรือเปิดตะแกรงพลาสติกด้านหน้าตัวเครื่องแอร์ นำแผ่นกรองอากาศที่อยู่ด้านใน ออกมาเป่าด้วยลมหรือล้างด้วยน้ำสะอาดและผึ่งให้แห้ง จากนั้นนำกลับไปใส่ไว้ตามเดิม ควรทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง

- ควรติดตั้งชุดระบายความร้อน ไว้ในบริเวณที่โปร่งโล่ง เพื่อให้อากาศภายนอกหมุนเวียนได้สะดวก ควรหลีกเลี่ยงการติดตั้งในตำแหน่งที่อับลม เช่น ใต้ถุนอาคารหรือใต้ราวบันได และควรหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของไปวางไว้บริเวณรอบ ๆ เพราะอาจจะทำให้ลมไหลเวียนได้ไม่สะดวก และยังทำให้แอร์ทำงานหนักและใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ที่สำคัญ อย่าติดตั้งชุดระบายความร้อนใกล้ผนังจนเกินไป เพราะจะทำให้ระบายความร้อนไม่สะดวก ควรติดตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 ซ.ม.

- ทำความสะอาดแผงท่อของชุดระบายความร้อน โดยการใช้แปรงนิ่ม ๆ และฉีดน้ำล้างเพื่อทำความสะอาดบริเวณแผงอลูมิเนียมและคลีบระบายความร้อน ทุกๆ 6 เดือน จะช่วยทำให้แอร์ระบายความร้อนได้ดีขึ้นและช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้า

- ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อน้ำยาอย่างสม่ำเสมออย่าให้ฉีกขาด และเพื่อให้แอร์ที่ใช้งานมีประสิทธิภาพอยู่เสมอและประหยัดพลังงาน

ลองนำเคล็ดลับที่แนะนำไปดูแลรักษาแอร์กันดูได้เลยครับ

ที่มา  tumsrivichai.com เดลินิวส์ออนไลน์

---------------------------------------------

วิธีการใช้แอร์ในรถยนต์ที่ถูกต้อง
ทุกครั้งก่อนสตาร์ตเครื่องยนต์ ควรที่จะปิดแอร์ (ปุ่ม AC) ภายในรถยนต์เสียก่อน ที่จะสตาร์ตเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ต้านทานการหมุนของเครื่องยนต์ในขณะสตาร์ต ในกรณีที่จอดรถตากแดดเป็นเวลานานควรที่เปิดประตูทิ้งไว้ซัก 2-3 นาที เพื่อระบายความร้อนออกจากห้องโดยสาร “ความร้อนของแสงแดดที่สาดส่องลงมาเป็นเวลานานทำให้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมของพลาสติกต่างๆ ภายในห้องโดยสารนั้นระเหยออกมา เมื่อเข้าไปนั่งภายในห้องโดยสารในทันที ร่างกายก็จะสูดรับเอาสารเคมีนั้นเข้าไปด้วยซึ่งเป็นโทษต่อร่างกายในระยะยาว”

เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วควรที่จะเปิดพัดลมแอร์ทิ้งไว้ซัก 1 นาที เพื่อไล่ความร้อนที่สะสมอยู่ในตู้แอร์ แล้วค่อยกดเปิดแอร์ ( ปุ่ม AC) ให้คอมเพรสเซอร์ทำงานสร้างความเย็นภายในห้องโดยสาร ปรับสวิตช์ที่ใช้ปรับระดับความเย็นไปที่ตำแหน่งเย็นสุด แล้วจึงปรับสวิตช์ควบคุมความเร็วของพัดลม และสวิตช์ควบคุมระดับความเย็น ลงสู่ตำแหน่งที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารตามต้องการ

ในส่วนของการเลิกใช้งาน ก่อนถึงบ้านประมาณซัก 2-3 กม. ให้กดปุ่มปิดการทำงานของคอมเพรสเวอร์(ปุ่ม AC) เพื่อหยุดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และปรับสวิตซ์พัดลมแอร์ให้มีความแรงเพิ่มขึ้น เพื่อให้พัดลมเป่าไล่ความชื้นออกจากตู้แอร์ จะทำการปิดสวิตซ์พัดลมแอร์เมื่อวอร์มดาว “ปิดพัดลมแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์” ซึ่งการทำอย่างนี้เป็นประจำนั้นช่วย ลดความอับชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ห้องโดยสารมีกลิ่นเหม็นอับ รวมทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้แอร์ให้ผุกร่อนช้าลงกว่าเดิม

ที่มา :
คอลัมน์ รอบรั้วบ้าน นิตยสารชีวจิต
carcare.exteen.com

Read More 0 Comment