--Advertisement--





เทคนิคการปูกระเบื้องที่ถูกวิธี


เทคนิคการปูกระเบื้อง

1.ป้ายกาวซีเมนต์บางส่วนลงบนพื้นด้วยเกรียงใบโพธิ์หรือเกรียงหวี และใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ให้เป็นทางยาวบนพื้นผิวประมาณ  1  ถึง  2  ตร.ม  แล้วเกลี่ยให้ทั่วความหนาตามร่องของร่องเกรียงหวีที่ใช้เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณกาวซีเมนต์ที่ใช้ให้สม่ำเสมอ
- ความหนาของกาวซีเมนต์ที่เหมาะสม  ควรหนา  2  ถึง  10  มม.
- ความหนาของกาวเหลวที่เหมาะสม  ควนหนา  0.7  ถึง  4  มม.
- ความหนาของกาวอีพ๊อกซี่เรซิ่นที่เหมาะสม  ควรหนา  3  ถึง  5  มม.
(สำหรับพื้น :   ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิว  และสำหรับผนัง :  ใช้เกรียงหวีปาดกาวซีเมนต์เป็นแนวนอนลงบนพื้นผิว  )

2. ในกรณีปูกระเบื้องขนาดใหญ่กว่า 25*25 ซม.  ( 10*10 นิ้ว)  ควรปาดกาวซีเมนต์ลงบนหลังกระเบื้องให้ทั่วเล็กน้อย เพื่อให้แน่นใจว่าได้ปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิวอย่างทั่วถึง และไม่มีช่องอากาศว่างเหลืออยู่เมื่อปูกระเบื้องเสร็จ

3. ปูกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ และกดให้แน่น หรือใช้ค้อนยางเคาะบนกระเบื้องให้ทั่วเพื่อให้ร่องของกาวซีเมนต์ที่แผ่นกระเบื้องกดทับประสานกันอย่างทั่วถึง เว้นช่องว่างระหว่างกระเบื้องแต่ละแผ่น เพื่อให้เป็นร่องยาแนว  (  อย่างน้อย  2  มม.  )

4. หากต้องการจัดหรือปรับตำแหน่งของกระเบื้องเมื่อปูเสร็จแล้ว ด้วยกาวซีเมนต์ สามารถปรับตกแต่งกระเบื้องแต่ละแผ่น ภายใน 15 ถึง 20 นาที ก่อนที่กาวซีเมนต์จะแห้งสนิท

5. ทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการยาแนว

- ควรเลือกยาแนว ที่เหมาะสมกับงาน  ยาแนว มีหลายชนิดและหลากสีให้เลือกตามขนาดของร่องยาแนว   และลักษณะของสถานที่

ข้อแนะนำสำหรับการปูกระเบื้อง
   -  ควรหลีกเลี่ยงการป้ายกาวซีเมนต์ใต้แผ่นหลังเป็นจุดๆ ( ซาลาเปา )   เนื่องจากจะทำให้มีช่องอากาศระหว่างแผ่นกระเบื้องกับพื้นผิวช่องอากาศใต้พื้นกระเบื้องมีผลทำให้กระเบื้องแตก และน้ำสามารถไหลซึมเข้าไปได้ง่าย  
   -  ควรหลีกเลี่ยงการใช้กาวซีเมนต์ เมื่อมีแสงแดดโดยตรง หรือพื้นผิวที่ร้อนจัด

เทคนิคการปูกระเบื้อง http://banaybanay.com

ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
- การรักษาเส้นยาแนวให้เป็นเส้นตรง ควรใช้พลาสติกเป็นรูปกากบาท ( spacer ) คั่นระหว่างแผ่นกระเบื้องขนาดความกว้างของพลาสติกที่ใช้ ( กากบาท ) คือความกว้างของร่องยาแนว
- เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นกระเบื้อง  และป้องกันการเสียดสีของแผ่นกระเบื้อง  ขณะที่มีการสัญจรบนพื้นผิว  ควรเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย  1.5  มม.  สำหรับงานผนัง  และอย่างน้อย 3 – 20  มม.สำหรับงานพื้น
- หลังจากยาแนวแล้วเสร็จควรทิ้งไว้ประมาณ  24  ชม. จึงใช้น้ำยาปกป้องร่องยาแนวเพื่อช่วยปกป้องร่องยาแนวจากคราบสกปรก  เช่น  คราบสบู่  คราบน้ำมัน  บริเวณห้องน้ำ  และห้องครัว

ข้อควรระวัง
1 มีซีเมนต์เป็นส่วนประกอบ  ในกรณีของผู้แพ้ซีเมนต์  อาจเกิดอาการคัน  ผื่นแดง  หรือผื่นไหม้ได้
2 ควรระวังไม่ให้เข้าตาหรือสัมผัสกับผิวหนังโดยตรงควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด  ใส่ถุงมือและควรใช้ผ้าปิดจมูก  เพื่อป้องกันการสูดดมผงปูน
3 ควรทำงานในที่ที่มีอากาศถ่ายเท
4 ในกรณีที่สัมผัสผิวหนัง  ควรล้างออกด้วยน้ำและสบู่ทันที
5 ในกรณีที่เข้าตาควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง และควรรีบไปพบแพทย์ทันที
6 ควรเก็บให้ห่างมือเด็ก

กาวปริมาณการใช้ซีเมนต์  ต่อ  ตาราง  ขึ้นอยู่กับขนาด และน้ำหนักของกระเบื้อง
 ( ในกรณีที่ขนาดของกระเบื้องใหญ่กว่า 25 * 25 ซม.  หรือ  10 * 10  นิ้ว ควรปาดกาวซีเมนต์บางๆข้างหลังกระเบื้อง )  

ที่มา  tpa.or.th



Labels: ,


Leave A Comment:

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...