ไม้พื้นลามิเนตรู้ก่อนติดตั้ง

ไม้พื้นลามิเนต

กับสิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง

1. ก่อนการติดตั้งไม้พื้นลามิเนตทุกครั้ง

ต้องมีการตรวจสอบบริเวณพื้นที่ที่จะติดตั้งไม้พื้นลามิเนตว่าทำจากวัสดุอะไร และพื้นผิวนั้นเรียบสม่ำเสมอกันหรือไม่

พื้นปูนซีเมนต์   

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
    - พื้นปูนขัดหยาบ    
เป็นการเทซีเมนต์ และเกลี่ยผิวหน้าให้เรียบและได้ระดับ แต่จะไม่เรียบสนิท มักจะมีสะเก็ดนูน และความชื้นค่อนข้างสูง ดังนั้น หลังจากเทพื้นควร ทิ้งระยะให้ปูนแห้งสนิทประมาณ 1-2 สัปดาห์
    - พื้นปูนขัดมัน  
ผิวหน้าพื้นปูนจะได้รับการขัดละเอียด จึงมีรูพรุนน้อยกว่า  การซึมซับน้ำและความชื้นน้อยกว่า  ดังนั้น ผิวหน้าจะเรียบสนิทมากกว่า ทำให้มีปัญหาในการปูน้อยกว่า และจะปูนไม้ลามิเนตได้ค่อนข้างดีกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนปูไม้พื้นซีเมนต์ทั้ง 2 ชนิด (พื้นปูนขัดหยาบ / พื้นปูนขัดมัน )  ต้องทำการปรับระดับพื้นให้สม่ำเสมอกัน และไม่เป็นแอ่งนูน

ไม้พื้นลามิเนต ติดตั้งไม้พื้นลามิเนต ก่อนติดไม้พื้นลามิเนต ความรู้ก่อนติดไม้พื้นลามิเนต

ไม้พื้นลามิเนต

พื้นหินอ่อน/พื้นหินขัด

อันดับแรก ต้องตรวจสภาพพื้นผิวที่จะทำการปูก่อนว่า พื้นหินอ่อนหรือพื้นหินขัดเป็นหลุมเป็นแอ่งหรือไม่ โดยมากมักเกิดกับพื้นหินอ่อน เนื่องจากแผ่นหินที่แตกลางแผ่นจะยุบตัวลง นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบดูว่า พื้นหินที่จะทำการปูไม้พื้นลามิเนตนั้น ต้องแห้งสนิท เพราะหินอ่อนนั้นมีรูพรุน จึงสามารถซึมซับน้ำได้ดี ดังนั้นต้องทิ้งให้พื้นหินอ่อนแห้งสนิทประมาณ 2-3 วัน ก่อน โดยไม่มีเช็คทำความสะอาดด้วยน้ำ และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว สามารถปูรองพื้นต่อไปได้

พื้นไม้

หากพื้นผิวไม้เรียบ สามารถปูทับได้เลยทั้งไม้ใหม่ และไม้เก่า แต่หากเกิดปัญหาดังต่อไปนี้ ควรแก้ไขก่อนทำการติดตั้ง

ปัญหาปลวกกัดกินพื้นไม้ ต้องทำการกำจัดปลวดก่อนทำการปู แต่หากพื้นไม้พรุนและยุบตัวลงเป็นจำนวนมาก ต้องรื้อออกก่อนติดตั้งไม้พื้นลามิเนต แล้วจึงทำการกำจัดปลวกก่อนทำการปู
ปัญหาพื้นไม้ชำรุด หลุดร่อน หรือหลุดบางส่วน ควรซ่อมแซมเฉพาะจุดที่ชำรุดก่อนเพื่อทำการปรับระดับของพื้นไม้ หากพื้นไม้หลุดเพียงชิ้นเล็กๆ พื้นที่ไม่เกิน 2 ตร.นิ้ว ก็สามารถปูทับพื้นไม้ได้

ปัญหาพื้นไม้เป็นรอยขูดขีด และสีหลุดออก 

หากเป็นเพียงเล็กน้อย ก็สามารถปูทับได้เลย

ปัญหาพื้นไม้โก่งบวม 

ต้องซ่อมและปรับระดับพื้นไม้เดิม โดยการขัดออก และเคาะลงให้เรียบเสมอกัน

2. หากลูกค้าต้องการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-In 

ก่อนการติดตั้งไม้พื้นลามิเนต ลูกค้าต้องรองไม้อัด ความหนา 10 มม. (หรือ17 มม.) ใต้เฟอร์นิเจอร์ประเภท Built-In แล้วร่นระยะด้านหน้าและด้านข้างเฟอร์นิเจอร์ 3 ซม. โดยรอบ เพื่อให้พื้นไม้สามารถสอดเข้าไปใต้เฟอร์นิเจอร์และขยายตัวได้

วิธีการติดตั้ง ไม้พื้นลามิเนต


1. พื้นคอนกรีตที่จะทำการติดตั้งพื้นไม้ ควรเป็นพื้นคอนกรีตขัดมันเรียบโดยมีความเรียบสม่ำเสมอตลอดพื้นที่ ไม่เป็นแอ่งหรือนูน ลดระดับประมาณ 1 ซม. ถ้าเทคอนกรีตใหม่ ควรมีอายุไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์

2. สำหรับการปรับปรุงพื้นที่ ควรตรวจสอบสภาพพื้นที่เดิม ต้องไม่มีน้ำรั่วซึมบริเวณพื้นด้านล่างและด้านข้างโดยรอบ ควรมีการซ่อมแซมปัญหาน้ำรั่วซึม และอัดน้ำยากันปลวกก่อนการปูพื้นไม้

3. สำหรับพื้นที่เดิมที่เป็นกระเบื้องเซรามิค พื้นหินขัด พื้นแกรนิต หินอ่อน พื้นกระเบื้องยาง สามารถปูทับได้ โดยไม่ต้องมีการรื้อถอน

4. การติดตั้งไม้พื้นลามิเนต ขั้นแรก ปูฟิล์มพลาสติกรองพื้นความหนา 0.2 มม. โดยบริเวณรอยต่อต้องวางเหลื่อมกันประมาณ 5 ซม. และติดด้วยเทปกาว แล้วปูทับด้วยโฟม หนา 2 มม. ปูทับเพื่อปรับระดับพื้นผิวเดิมให้สม่ำเสมอ และดูดซับเสียง แล้วจึงปูพื้นไม้

5. การวางพื้นไม้ แถวแรกเริ่มจากวางด้านข้างที่เป็นร่องขนานกับแนวผนัง โดยไม่ต้องใส่กาวและเว้นช่องว่างระหว่างพื้นไม้กับขอบผนังประมาณ 2 ซม. เพื่อการขยายตัวของพื้นไม้ภายหลังการติดตั้ง โดยใช้ลิ่มตอกยึดระหว่างพื้นไม้กับขอบผนัง

6. การปูพื้นไม้ต้องให้บริเวณรอยต่อแต่ละแถวเหลื่อมกันประมาณ 30 ซม. รอยต่อใช้การติดตั้งด้วยระบบ Click Lock ซึ่งน้ำไม่สามารถซึมผ่านได้ สำหรับการตัดสามารถใช้เลื่อยมือหรือเลื่อยไฟฟ้าฟันละเอียดเลื่อยพื้นไม้ ให้ได้ขนาดลงตัวตามพื้นที่ ส่วนที่เหลือสามารถนำไปใช้ในพื้นที่บริเวณใหม่ได้

7. การติดตั้งวงกบ ต้องทำการตัดตีนวงกบประตู เพื่อสอดพื้นไม้ไว้ใต้พื้นวงกบกันการขยายตัวของพื้นไม้

8. สำหรับบัวเชิงผนังควรมีความหนาไม่น้อยกว่า 3/4 นิ้ว เพื่อปิดช่องว่างระหว่างพื้นกับผนัง

ที่มาไม้พื้นลามิเนต http://www.thaitimber.com/

Read More 0 Comment

Nice Little Clay ของตกแต่งบ้านยอดนิยมแสนน่ารัก

Nice Little Clay ได้ทำการเปิดสาขาที่สองนี้ที่เอเชียทีคซึ่งถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งแห่งใหม่ของคนกรุง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างดีมากสาขาแรกที่ได้เปิดให้บริการที่ตลาดนัดจตุจักร สำหรับสินค้าของร้านนี้ก็คือ เครื่องใช้ไม้สอยและของตกแต่งบ้านนี้ทำขึ้นมาจากเซรามิค โดยผลิตออกมามากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชา แก้วน้ำ จานชาม โดยทำลวดลายในแบบตุ๊กตาน้องแมว ตุ๊กตาน้องหมา ซึ่งวาดออกมาในสไตล์ยียวนกวนๆและผสมความน่ารักเข้าไปด้วยอย่างลงตัว ด้วยรูปลักษณ์และราคาที่ไม่แพงมากนักทำให้สินค้าชนิดนี้ได้รับความนิยมจากหมู่วัยรุ่นทั้งหลายรวมไปถึงกลุ่มคนที่มีใจรักในงานศิลปะและของตกแต่งบ้านด้วย

ผู้สร้างสรรค์ผลงานหรือเจ้าของร้านเป็นผู้ที่มีใจรักในงานศิลปะและอยากจะปั้นดินให้เป็นงานจริงๆขึ้นมา จึงได้พยายามตั้งหน้าตั้งตาสร้างสรรค์งานทุกเพื่อให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งในตอนนี้สินค้าภายในร้านของพวกเขา Nice Little Clay นั้นก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ที่มา : นิตยสาร Life and Home nicelittleclay.in.th
journeylifestyle.co.za / ellypapago.pixnet.net

Nice Little Clay ของตกแต่งบ้าน

ของตกแต่งบ้าน

Nice Little Clay ของตกแต่งบ้าน
ของตกแต่งบ้านจาก Nice Little Clay

Read More 0 Comment

วิธีการทำความสะอาดบ้านให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

การทำความสะอาดบ้าน

เครื่องปรับอากาศ
ควรจะทำความสะอาดแผ่นกรองที่อยู่ด้านในอย่างน้อยเดือนละครั้ง ด้วยการถอดออกมาจากเครื่องแล้วใช้น้ำฉีดทางด้านหลังของแผ่นให้ฝุ่นหลุดออกมา ส่วนการล้างเครื่องปรับอากาศแบบเต็มระบบควรทำอย่างน้อยปีละครั้ง และควรยกให้เป็นหน้าที่ของช่างจากศูนย์บริการจะดีที่สุด

สุขภัณฑ์ห้องน้ำ
สุขภัณฑ์ ห้องน้ำส่วนใหญ่มักจะเป็นสีขาว และปัญหาที่พบบ่อยคือ เมื่อใช้งานไปนานวัน สุขภัณฑ์ก็จะดูหม่นหมอง ไม่สดใสเหมือนวันแรกที่ซื้อมา คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการใช้คลอรีนผสมน้ำแล้วเทลงในอ่างล้านหน้า ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง หากเป็นโถสุขภัณฑ์ให้ใช้แปรงขนอ่อนชุบคลอรีนแล้วขัดเบาๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เท่านุ้ขภัณฑ์ของคุณก็จะสะอาดเหมือนใหม่

ผนังวอลล์เปเปอร์
หาก เปื้อนคราบน้ำมัน ให้ใช้แป้งฝุ่นผสมกับน้ำยาทำความสะอาดป้ายบริเวณที่เปื้นคราบน้ำมัน ทิ้งไว้จนแห้งแล้วใช้ผ้าเช็ด คราบน้ำมันก็จะหลุดออกมา แต่วอลล์เปเปอร์บางชนิดต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะตัว จึงควรสอบถามผู้จำหน่ายก่อนที่จะทำความสะอาด

พื้นไม้ลามิเนต
แม้ พื้นไม้ลามิเนตจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลรักษา แค่ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็พอ แต่หากเลอะสารเคมี ให้ใช้ผ้าชุบทินเนอร์หรือน้ำมันสนเช็ดให้รอยเปื้อนออก แล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง

หน้าต่าง
วิธี ที่ง่ายและประหยัดที่สุด คือ การใช้กระดาษหนังสืมพิมพ์ชุบน้ำแล้วเช็ด แต่ถ้าใครไม่ชอบกลิ่นของหมึกจากหนังสืมพิมพ์ ให้ใช้น้ำ 1 ส่วน ผสมน้ำสมสายชู 2 ส่วน แล้วใช้ผ้าชุบเช็ดบริเวณกระจกหรือบานตู้เก็บหนังสือ เท่านี้กระจกก็จะกลับมาเหมือนใหม่แล้ว

ชั้นหนังสือบิลท์อิน
ส่วน ใหญ่ตู้แบบบิลท์อินมักปิดด้วยแผ่นลามิเนตหรือเมลามีนซึ่งทนต่อการขูดขีด ฝุ่นหรือคราบสกปรกเกาะติดยาก จึงทำความสะอาดได้ง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ด แต่จุดที่มักสกปรกคือบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นที่มักมีสิ่งสกปรกฝังแน่น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปเช็ดออก

การทำความสะอาดบ้าน
การทำความสะอาดบ้าน cleanerconfessions.com

เฟอร์นิเจอร์ไม้
คราบ ไขมันบนเฟอร์นิเจอรืไม้ทำความสะอาดได้โดยใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเช็ดบริเวณที่เปื้อน หากมีรอยขีดข่วนให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำมันชักเงาถูกจนรอยขีดข่วนจางไป เมื่อทำความสะอาดแล้วควรลงน้ำมันเพื่อช่วยรักษาเนื้อไม้อย่างสม่ำเสมอ

ผ้าม่าน
การ ทำความสะอาดผ้าม่านขึ้นอยู่กับเนื้อผ้า ซึ่งผ้าม่านส่วนใหญ่จะมีเส้นใยสังเคราะห์เป็นส่วนประกอบ จึงควรซักออกด้วยมือโดยใช้น้ำยาซักผ้าซักกับน้ำอุ่น แต่อย่าบิด ไม่งั้นผ้าม่านสุดหรูอาจจะดูไม่จืดก็เป็นได้

อุปกรณ์ครัว
ปัญหา ที่พบมาก คือ คราบไขมันจากการปรุงอาหาร จึงควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์ทำครัวด้วยการนำมาแช่น้ำยาทำความสะอาดเครื่อง ครัวหรือน้ำร้อนก่อนที่จะนำไปล้าง เพราะจะช่วยทำให้คราบสกปรกที่ติดอยู่หลุดออกมาได้ง่ายขึ้นกว่านำไปล้างเลย ทันที

ที่นอน
ไม่ ว่าจะเป็นที่นอนแบบใด ให้หมั่นนำออกมาตากแดด เพื่อให้ที่นอนได้ถ่ายเทอากาศ ช่วยลดฝุ่นละออง และควรกลับด้านที่นอนเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน หากมีรอยเปื้อนหรือคราบสกปรกให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่เช็ดเบาๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้งาน

กระเบื้องและผนังห้องน้ำ
ส่วน ใหญ่คราบสกปรกและเชื้อราดำมักจะเกิดขึ้นในห้องน้ำที่อับชื้น โดยเฉพาะบริเวณร่องยาแนวกระเบื้องหรือมุมห้องที่มีน้ำขัง ควรทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราฉีดบริเวณที่เกิดเชื้อรา ทิ้งไว้สักครู่แล้วใช้แปรงขัดออก นอกจากนั้นควรป้องกันเชื้อราดำอย่างถาวรด้วยการติดตั้งพัดลมดูดอากาศหรือ ช่องเปิดที่ให้แสงสว่างและมีการระบายอากาศได้

ผนังทาสี                                                           
คราบ สกปรกจาการทำอาหาร ไอน้ำมัน ความชื้นต่างๆ มักเกาะติดอยู่ตามผนังครัว โดยเฉพาะบริเวณที่ปรุงอาหาร ต้องหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดเป็นประจำ หากมีโอกาสทาสีใหม่ก็ควรเลือกใช้สีทาผนังประเภทเช็ดล้างได้ ซึ่งช่วยให้ทำความสะอาดง่ายและคราบสกปรกเกาะติดยากขึ้นด้วย

ที่มา : Home & Décor Magazine / car2hot.exteen.com

Read More 0 Comment

หลักในการเลือกหลอดไฟในห้องนอน

การเลือกหลอดไฟในห้องนอนนั้นก็สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆของบ้านเลยจึงต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ หลักๆก็มี 2 แบบ คือ

1. Indirect Light คือ ไฟที่ส่องแสงให้ความสว่างแก่เราแบบทางอ้อมโดยการสะท้อนวัสดุอีกชนิดออกมา หรือที่เรานิยมซ่อมหลอดไฟไว้ในช่องเล็กๆ แล้วติดแผ่นบังแสงเพื่อให้สะท้อนความสว่างออกมาอีกทีหนึ่ง มักติดตั้งไฟชนิดนี้บนเพดาน ซึ่งทำให้ห้องนอนมีบรรยากาศที่ดูแปลกไปจากการติดตั้งไฟแบบธรรมดา และรู้สึกถึงความผ่อนคลายมากกว่า แต่การทำไฟแบบ Indirect Light นั้นต้องคำนึงถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ดังนี้

- ความสว่าง ไฟรูปแบบนี้ให้แสงสว่างไม่มากนักเมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ ดังนั้นการเลือกใช้ในพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างมาก เช่น หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จึงไม่เหมาะสม
- ตำแหน่งที่ติดตั้ง ควรเผื่อพื้นที่สำหรับการซ่อมดวงโคมให้เพียงพอ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นข้อจำกัดในการเลือกติดตั้งดวงโคมในตำแหน่งต่างๆ ได้

2. Direct Light คือ ไฟที่ส่องแสงให้ความสว่างแก่เราโดยตรง หรือ การจัดไฟให้ตรงกับการใช้งานของเราแบบที่เห็นได้ทั่วๆ ไป ซึ่งการให้ความสว่างในจุดต่างๆ ของห้องก็ควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

- ไฟโต๊ะเครื่องแป้ง ต้องไม่ส่องไปสะท้อนเข้ากระจกเงา และต้องสว่างพอเพื่อไม่ให้รู้สึกหลอกตา
- มุมอ่านหนังสือ ควรมีไฟตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะเป็นจุดเฉพาะแยกต่างหาก เพื่อให้ได้แสงสว่างเพียงพอและไม่รบกวนผู้ร่วมห้อง
- โคมไฟหัวเตียง ต้องคำนึงทิศทางของแสงที่อาจรบกวนการนอนและผู้ร่วมห้อง
- ไฟติดเพดาน หรือไฟหลักในห้องนอน ควรเป็นไฟดาวน์ไลท์ เพราะสามารถสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสวยงาม หากมีสวิตซ์ดิมเมอร์ (Dimmer Switch) สำหรับหรี่ไฟได้ ก็จะสามารถควบคุมความสว่างและมือของห้องได้ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนบรรยากาศได้หลากหลายขึ้น

Tip
แสงไฟบนเพดานแบบ Indirect Light จะช่วยลดความเข้มของแสงและสร้างบรรยากาศในการนอนให้ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ช่วยให้เรานอนได้อย่างสบายใจหลับฝันดี

 หลอดไฟในห้องนอน 

ที่มา
pongchaishop.com
home.yellowpages.co.th

Read More 0 Comment

แต่งบ้านสวยราคาประหยัดกับ 6 แนวคิด

แต่งบ้านสวยราคาประหยัดกับ 6 แนวคิด

1.อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าน
ไม่ใช่เรื่องยาก ลองใช้แรงของคุณเอง กับเวลาสักวันลงทุนทาสีเอง เพียงมีแค่สีทาบ้านสวยๆ กับแปรงทาสีสักอัน เท่านี้ก็เปลี่ยนบรรยากาศบ้านของคุณ ให้ดูใหม่ขึ้นทันตาแล้ว

2.จะสวยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแสงภายในบ้าน
การเลือกใช้หลอดไฟ ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในปัจจุบันมีรูปแบบของโคมไฟ หลอดไฟให้เลือกหลากหลาย แต่ที่สำคัญที่สุด ควรจะเลือกหลอดประหยัดไฟ เพื่อจะช่วยคุณประหยัดงบการใช้จ่ายภายในบ้านได้ด้วย

3.อยากถอยเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่
ใช่ว่าเฟอร์นิเจอร์ชุดเก่ายังใช้งานไม่ได้ แต่เป็นเพียงความเบื่อหน่าย ลองหาไอเดียเอาของตกแต่งน่ารักๆ มาวางบนโซฟา เพียงเท่านี้ก็ทำให้บ้านคุณดูเก๋ไก๋แปลกตามากยิ่งขึ้นแล้ว

4.เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น ควรเลือกซื้อชิ้นที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพราะเมื่อเวลาที่คุณเบื่อมุมเดิมๆของมัน คุณก็สามารถย้ายตำแหน่งได้

5.วางแผนก่อนแต่งบ้าน
ก่อนที่จะช้อปปิ้งเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน อย่าลืมวัดขนาดของแต่ละมุมภายในบ้าน หรือลองเขียนแบบว่าอยากจะวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไว้ส่วนใดของบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ทั้งเสียเวลา เสียค่ารถ เสียเงินซื้อเพิ่ม

6.ค่อยๆ แต่งทีละนิด
ไม่ต้องโหมกระหน่ำซื้อเฟอร์นิเจอร์ครั้งเดียว

บ้านสวยราคาประหยัด

ที่มา 108health.com

Read More 0 Comment

ตกแต่งสวนหน้าบ้านให้สวยงามด้วยมือเรา

แต่งสวนหน้าบ้าน
การจัดสวนแต่งสวนหน้าบ้าน เป็นกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติโดยเฉพาะ สิ่งนี้ไม่เพียงแค่สร้างความสวยงามให้กับพื้นที่บริเวณบ้าน แต่ยังช่วยให้จิตใจของผู้จัด แจ่มใสเบิกบานได้อีกด้วย โดยเฉพาะหากใครที่ชอบปลูกต้นไม้เอง โดยเริ่มจากการซื้อต้นไม้เล็กๆ มาปลูก

คุณจะได้เห็นการเจริญเติบโตของต้นไม้ ส่งผลให้ผู้ปลูกมีความใจเย็น มีเมตตาต่อธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เมื่อถึงวันที่ต้นไม้เหล่านั้น เติบใหญ่ ผลิดอกสีสันสวยงาม เบ่งบานไปทั่วพื้นที่ ก็ยิ่งทำให้จิตใจผู้ปลูก สดใสมากยิ่งขึ้น แค่เพียงได้เห็นดอกไม้ ต้นไม้สวยๆ จากผู้อื่นปลูก เราก็รู้สึกดีแล้ว แต่หากได้ปลูกด้วยมือตนเอง สิ่งนี้จะมีผลที่ดีต่อจิตใจหลายเท่า หรืออาจประเมินค่าใดๆ ไม่ได้เลยก็ว่าได้


 ตกแต่งสวน decorreport.com

ตกแต่งสวน homedec.in.th

ที่มา คุณ agentera / bloggang.com




Read More 0 Comment

ตกแต่งภายในบ้านควรเลือกวัสดุอย่างไรบ้าง

การตกแต่งภายในห้องต่างๆนั้นจะต้องใช้วัสดุต่างๆมาจัด เพื่อให้เกิดผลทางความรู้สึกและการใช้สอยตามที่ต้องการ อาทิเช่น วัสดุที่เป็นหินธรรมชาติจะให้ความรู้สึกถึงความแข็งกระด้าง มีความเป็นธรรมชาติมั่นคงแข็งแรง วัสดุที่เป็นพรมหรือขนสัตว์ก็จะให้ความรู้สึกถึงความนุ่มนวลอ่อนโยน ส่วนวัสดุที่เป็นโลหะก็จะให้ความรู้สึกที่เป็นความทันสมัย แข็งแรง เป็นต้น

หลักเกณฑ์ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยถึงการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในประเภทต่างๆมีดังนี้

ความนิยมความชอบส่วนบุคคล ต้องสำรวจความชอบหรือรสนิยมส่วนตัวเสียก่อนว่าเราต้องการให้บ้านของเรามีการตกแต่งออกมาในรูปแบบใด รวมทั้งการให้มีความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับส่วนอื่น ๆ และรูปแบบหน้าตาของบ้าน มิฉะนั้นแล้วภาพโดยรวมของบ้าน ก็จะไม่สอดคล้อง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เกิดความแปลกแยกจนเกินไป พยายามควบคุมสิ่งของประดับตกแต่งให้เข้ากับบรรยากาศโดยรวมภายในห้อง ไม่ให้โดดเด่นจนหลุดไปจากองค์ประกอบอื่น ๆ จำนวนของตกแต่งที่มาประดับในห้องไม่ควรมีปริมาณที่มากและหลากรูปแบบเกินไปจนห้องดูรก ซึ่งนอกจากจะทำให้ห้องดูรกจนละลานตาจนเกินไปแล้วจะทำให้ทำความสะอาดและจัดระเบียบยากขึ้นด้วย

ทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง วัสดุในการตกแต่งภายในประเภทต่างๆ มีราคาในการก่อสร้างถูกหรือแพงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภท คุณภาพและการใช้สอยการเลือกวัสดุชนิดใดต้องพิจารณาในเรื่องทุนทรัพย์ในการก่อสร้างด้วย

การใช้งานและการดูแลรักษา
การตกแต่งในบางรูปแบบอาจดูแลรักษายาก เช่น มีคิ้วมีบัวและลวดลายมาก จะเป็นที่เก็บฝุ่นทำความสะอาดยาก ถ้าเราไม่มีการเอาใจใส่ดูแลก็อาจจะทำให้เป็นที่สะสมฝุ่นเชื้อโรค ทำให้การอยู่อาศัยไม่สะดวกสบายและไม่ปลอดภัย วัสดุตกแต่งภายใน บางประเภทมีอายุการใช้งานที่สั้นดูแลรักษายาก หรือมีราคาแพงเช่น Wallpaper เราต้องพิจารณาประกอบเหตุผลให้ดี นอกจากนั้นแล้ว ควรจัดบริเวณหรือตู้สำหรับวางสิ่งของตกแต่งให้พอเพียง มิฉะนั้นแล้วอาจ ทำให้ของประดับตกแต่ง ต้องวางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ และควรจัดหมวดหมู่ของตกแต่งแยกเป็นส่วน ๆ เพื่อให้เป็นระเบียบและดูแลรักษาได้ง่าย ๆ

สนองตอบการใช้งานตามพื้นที่ใช้สอย
เช่น ห้องที่สกปรกง่ายต้องเปียกน้ำบ่อย ควรเลือกวัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ๆ ไม่เก็บความสกปรกเอาไว้ ห้องที่มีการใช้งานหนัก ควรเลือกวัสดุที่มีความคงทนถาวร และ ห้องที่มีการใช้ระบบเสียง ควรเลือกวัสดุที่อ่อนนุ่ม ไม่สะท้อนเสียง เป็นต้น

ตกแต่งภายในบ้าน homegardens.exteen.com

ที่มา novabizz.com

Read More 1 Comment

การตกแต่งห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น

การตกแต่งห้องนั่งเล่น
การจัดห้องนั่งเล่น ให้เป็นห้องที่น่าอยู่และถูกหลักฮวงจุ้ยสำหรับทุกคนในบ้านนั้น วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการตกแต่งห้องนั่งเล่นให้น่านั่ง ทางนี้เลยค่ัะ

การเลือกใช้วัสดุ
พยายามใช้วัสดุธรรมชาติ เข้ามาเป็นส่วนประกอบ และตกแต่งห้องนั่งเล่น อย่าง ไม้ หินทราย หินกาบกระเบื้องเซรามิก หรือผ้าฝ้าย เพราะตัววัสดุจะไม่เพิ่มมลพิษในอากาศ แถมยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย

การใช้พรมแต่งห้อง
ถ้าต้องการใช้พรมแต่งห้อง ไม่ควรยึดพรมติดกับผิวผนังและพื้น เพราะจะทำให้เกิดฝุ่นผงข้างใต้ที่กำจัดไม่ได้ แถมตัวเส้นใยสังเคราะห์ ยังทำให้เกิดปัญหาการแพ้สารเคมีได้

การเลือกสี
เลือกใช้โทนสีกลางที่ดูอ่อน สว่าง และสบายตา สำหรับพื้นที่ผนังรอบห้องนั่งเล่น รวมถึง การเปิดช่องหน้าต่าง ด้วยกระจกบานกว้าง เพื่อรับแสงธรรมชาติและลมในเวลากลางวัน เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และอยู่สบายได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด

จัดการกับโฮมเธียร์เตอร์     
ห้องนั่งเล่นมักจะเป็น โฮมเธียร์เตอร์ของบ้านด้วยเสมอ แต่ถ้าเป็นไปได้ ควรลดปริมาณ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ขณะไม่ได้ใช้งาน ถอดปลั๊กเครื่องเสียง ทีวี และคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อลดการแผ่กระจาย ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายในบ้าน และควรวางทีวี ให้ห่างจากสายตาอย่างน้อย 5 ฟุต

การเลือกเฟอร์นิเจอร์       
ห้องนั่งเล่น เป็นทั้งห้องรับแขก ที่ต้อนรับผู้คนหลากหลาย เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ จึงควรเลือกขนาดใหญ่พอเหมาะ สำหรับนั่งสบาย อาจมีโซฟากลางขนาดใหญ่ แล้วเสริมด้วยอาร์มแชร์ สตูล หรือเก้าอี้ดีไซน์แตกต่างผสมผสาน เพื่อให้เลือกใช้ได้ตามรสนิยม

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น
นอกจากห้องนอนแล้ว ห้องนั่งเล่นเป็นสถานที่ที่คุณใช้เวลาในบ้านมากที่สุด คุณควรตรวจสอบกับมงคลแปดประการ ว่าห้องนั่งเล่นของคุณอยู่ในทิศและลักษณะของมงคลแบบใด คาดหวังว่าน่าจะอยู่ในตำแหน่ง "หลู" ซึ่งหมายถึงสันติ และความสุข แต่ทั้งนี้ก็เกี่ยวเนื่องกับว่าคุณเป็นคนธาตุใดด้วย เช่นธาตุไฟนั้นจะเข้าได้ดีกับลักษณะแบบ "ซาง หยิน"   เครื่องเรือนควรจะได้รับการจัดวางเพื่อให้ห้องรับแขก (ส่วนตั้งโต๊ะรับแขก) อยู่ในตำแหน่งที่หันหน้าออกไปยังประตู ควรเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุำด เก้าอี้ควรเป็นเก้าอี้ที่สบายที่สุด เป็นตำแหน่งใกล้เตาผิง (สำหรับประเทศหนาว) ตำแหน่งห้องรับแขกเป็นที่ที่คุณสนุกสนานแวดล้อมไปด้วยเพื่อนๆ และคุณไม่อยากลุกไปลุกมา ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่าห้องนั้น หรือส่วนนั้นหันหน้าสู่ประตูหน้า ตรงตามลักษณะของโป๊ยก่วย (ยัันต์แปดทิศ) เช่นเดียวกับห้องทำงาน เก้าอี้    ห้องนั่งเล่นบางห้องมีห้องรับประทานอาหารรวมอยู่ด้วย หรืออาจมีส่วนของครัวด้วย ทางที่ดีที่สุดไม่ควรให้เห็นส่วนห้องหล่านั้นชัดเจนทันทีที่เปิดประตู ห้องนั่งเล่น ถ้าโล่งเกินไปควรปิดกั้นด้วย ฉากกั้นห้อง หรือปลูกไม้เลื้อยประดับตกแต่ง

การตกแต่งห้องรับแขก baanneedee.blogspot.com

แหล่งที่มา : www.thaihomeonline.com

Read More 0 Comment

7 วิธีการจัดห้องนอนให้สวยดั่งใจ

จัดห้องนอนให้สวยดั่งใจ

1. ลวงตาให้ห้องดูสูง
ตัวช่วย:  ผ้าคลุมที่ทิ้งตัวลงมาเหนือหัวเตียง ช่วยพรางให้ฝ้าเพดานดูสูงขึ้น การเพิ่มเส้นตั้งให้กับผนังห้องจะช่วยทำให้เรารู้สึกว่าฝ้าเพดานของห้องนั้นสูงขึ้นได้ คุณอาจใช้วอลเปเปอร์ลายทางแคบๆ สีโทนเย็น ผ้าม่านที่ให้ริ้วเป็นเส้นแนวตั้ง หรือลวดลายของผ้าที่หุ้มประดับเครื่องเรือนเป็นลายทางลง นอกจากนี้การเลือกใช้วัสดุที่เบาบางอย่างผ้าฝ้าย คู่สีที่สว่างเย็นคือฟ้า-เหลือง และยังช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นโรแมนติกภายในห้องนอนได้อีกด้วย

2. จัดเตียงให้เด่น

ตัวช่วย : เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เพียงชิ้นเดียว คุณอาจนำเทคนิคนี้ไปใช้ได้ง่ายๆ โดยการออกแบบลวดลายกราฟฟิกในสไตล์ของคุณเอง โดยนำมาเพ้นท์หรือใช้เทคนิคสเตนซิลลงบนไม้ medium density fiberboard (MDF) ที่หาซื้อได้ทั่วไป หรือถ้าใครงบน้อยหรืออยากประหยัดเวลาก็อาจเลือกซื้อกระดาษหรือวอลเปเปอร์ลายกราฟฟิกเก๋ๆมาปิดหัวเตียงได้เลย ค่ะ ที่สำคัญที่สุดอย่าลืมเลือกปลอกหมอนสีสันสดใสและลวดลายโดดเด่นมาตกแต่งให้เข้าชุดกันด้วยนะคะ

3. จัดเครื่องเรือนไว้ระหว่างกลาง
ตัวช่วย : จัดวางเครื่องเรือนไว้ติดหน้าต่าง อยู่ระหว่างกลางของบานหน้าต่างทั้งหมด โดยปกติแล้วการจัดวางเครื่องเรือนหรือเตียงนอนไว้ติดหน้าต่างไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักเนื่องจากเครื่องเรือนจะบังแสงและทิวทัศน์จากภายนอก จึงนิยมวางเครื่องเรือนติดผนังมากกว่า แต่สำหรับในห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด การวางเตียงติดผนังจะช่วยสร้างจุดสนใจของห้องได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถใช้ประโยชน์จากแสงภายนอกเพื่อสร้างบรรยากาศธรรมชาติ และการตกแต่งบานหน้าต่างด้วยผ้าม่านก็สามารถลวงให้เรารู้สึกว่าผ้าม่านนั้นเป็นผ้าม่านของเตียงได้ โดยการเลือกใช้สีของผ้าม่านและเครื่องนอนเป็นคู่สีเดียวกัน และเสือกใช้เนื้อผ้าที่เบาบาง

4. เส้นสายของเครื่องเรือน
ตัวช่วย :  เลือกใช้เครื่องเรือนที่มีผิวมันและไม่บดบังสายตามากนัก อาจทำได้โดยการนำสายตาด้วยเตียงที่มีโครงประดับ เส้นสายของโครงโลหะจะช่วยทำให้ห้องดูเพดานสูงและดูเบาขึ้นค่ะ


5. อ่อนโยนและเบาบาง
ตัวช่วย :  เลือกใช้สีอ่อนหรือสีอมเทาทั้งบนเตียงและผนังรอบห้อง การเลือกใช้สีอ่อนรอบห้อง รวมถึงวัสดุที่ดูโปร่งเช่น ผ้ามุ้งบางสีขาวรวมถึงเครื่องเรือนไม้ที่รูปทรงไม่ทึบตัน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าห้องนั้นมีอากาศถ่ายเท โปร่งโล่งสบายและน่าอยู่

6. การเลือกใช้สี
ตัวช่วย :  การเลือกใช้สีที่ทาผนัง และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องก็ทำให้รู้สึกว่าห้องกว้างขึ้นได้หากว่าห้องของคุณเป็นห้องที่มีเพดานต่ำ เช่นห้องที่อยู่ใต้หลังคาหรือใต้บันไดที่มีฝ้าเพดานเฉียงอย่างในภาพ เทคนิดที่อาจช่วยให้มุมมองห้องดูกว้างขวางขึ้นได้คือการเลือกใช้สีอ่อนทาผนังห้อง และซ่อนขอบห้องหรือมุมห้องไม่ให้มองเห็นได้ชัด เช่นเฟอร์นิเจอร์เข้ามุมขนาดเล็ก การเลือกใช้สีของชุดเครื่องนอนที่มีสีสันสดใสและเป็นลายขวางขนาดใหญ่ก็ชะทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวาและลดความคับแคบอึดอัดลง นอกจากนี้ การเลือกใช้หัวเตียงที่มีขนาดเล็ก รูปแบบเรียบง่ายและพื้นผิวมันวาวก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ทำให้ฝ้าเพดานของห้องดูสูงกว่าความเป็นจริงได้

7. ลูกเล่นที่หัวเตียง
ตัวช่วย :  จัดหัวเตียงให้ดึงดูดสายตาจากผนังห้องที่แคบ หากห้องของคุณมีห้องที่แคบยาว ขาดผนังที่เหมาะสมกับการวางเตียง ไม่รู้จะวางเตียงผนังด้านไหน ลองนำเทคนิคนี้ไปสร้างผนังหัวเตียงของคุณขึ้นเองดูค่ะ ลองใช้วัสดุที่ดูอ่อนนุ่มสร้างเป็นฉากกั้นขึ้นมาคล้ายกับเป็นการใช้หัวเตียงขนาดใหญ่ นอกจากจะดูเก๋แล้วเรายังสามารถใช้ประโยชน์จากฉากนี้ ในการกั้นแบ่งพื้นที่ภายในห้องนอนได้อีกด้วย บริเวณหลังฉากอาจจัดเป็นส่วนแต่งตัวของคุณ เชื่อมต่อพื่นที่ทั้งสองส่วนด้วยเก้าอี้บุเบาะสบายน่านั่ง

ที่มา forfur.com

Read More 0 Comment

วิธีการเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องต่างๆภายในบ้าน

วิธีการเลือกผ้าม่าน

วันนี้เราขอเสนอการเลือกซื้อผ้าม่านเพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานในรูปแบบต่างๆ มา ให้ได้รู้กันค่ะ ถ้าจะให้แบ่งประเภทผ้าม่านตามการใช้งานนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ นั้นคือ

1. ผ้าม่านกรองแสง: จะมีลักษณะเป็นผ้าสีอ่อน น้ำหนักเบาเพื่อให้แสงผ่านตามลายผ้า เมื่อเห็นแล้วจึงทำให้รู้สึกสบายตา
• ข้อเสีย - ผ้าที่สามารถให้แสงผ่านได้อาจเป็นที่เก็บฝุ่นละอองชั้นดีเลยทีเดียว

2. ผ้าม่านกันแสง: จะ มีความทึบแสง นั่นหมายถึงแสงสามารถผ่านได้น้อยมาก อาจเป็นเพราะเนื้อผ้าหรือมีผ้าหลายชั้นก็ได้เช่นกันคะ มีน้ำหนักมากจึงทำให้ต้องมีรางม่านหรืออุปกรณ์ประกอบ หากใช้คู่กับผ้าม่านกรองแสงควรเป็นสีในโทนเดียวกันแต่เลือกให้มีสีที่เข้ม กว่า
• ข้อเสีย - ไม่สามารถทำความสะอาดได้บ่อยนักค่ะ

ต่อไปเรามาดูแบบผ้าม่านในห้องต่างๆกันคะ
ผ้าม่านห้องทำงาน
เน้น: วัตถุประสงค์ของการเลือกผ้าม่านในห้องทำงานคือการควบคุมแสงจากภายนอกเข้ามาในห้องในระดับที่พอดี
แนะนำ: ควรเป็นลักษณะของม่านปรับแสงหรือมู่ลี่ เพราะสามารถปรับระดับการลอดของแสงได้ตามความต้องการค่ะ
สี: เน้นที่ต้องมีความกลมกลืนกับสีของห้องและเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะสีสว่างๆ หรือสีอ่อน และเพื่อให้รู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัดในเวลาทำงาน คุณสามารเลือกสีที่ชอบได้เช่นกันค่ะ แต่แนะนำให้ลดระดับความเข้มลงมา เช่น หากชอบสีน้ำเงินก็ให้ใช้สีฟ้า หรือถ้าชอบสีน้ำตาล ก็ให้เลือกใช้สีครีมแทน

ผ้าม่านห้องนอน
เน้น: ช่วยในการบังแดด เก็ยเสียงและสร้างความรู้สึกส่วนตัวให้แก่เจ้าของห้อง
แนะนำ: สามารถใช้แบบใดก็ได้ค่ะ หรือเป็นแบบผ้านม่านยิ่งดี แต่ขอเสนอว่าต้องเป็นผ้าที่หนา พอที่จะบังแดดที่ส่องมาตอนเช้าได้
สี: สมควรเป็นสีโทนเย็นและสว่างเพื่อให้รู้สึกสบายตา และที่สำคัญสามารถทำให้ห้องของคุณดูกว้างขึ้นได้อีกด้วย

ผ้าม่านห้องทานอาหาร
เน้น: การสร้างบรรยากาศและความสวยหรูให้แต่มื้ออาหาร ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สามารถควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามาได้ตามความต้องการค่ะ หากวันใดเกิดอยากจุดเทียนดินเนอร์ขึ้นมาก็สามารถทำได้ไม่มีปัญหา
แนะนำ: ในห้องนี้เราคุณสามรถใช้ได้ทั้งมู่ลี่และผ้าม่าน ค่ะ แต่ถ้าเป็นผ้าขอเป็นแบบกรองแสง อย่าทึบจนเกินไป เพราะหากเป็นผ้าแบบหนา กลิ่นอาหารสามารถติดได้ง่าย จึงไม่ควรใช้ผ้าที่มีน้ำหนักหรือหนามากในห้องนี้
สี: ควรเน้นสีสดๆ เป็นหลักค่ะ เช่น เขียว แดง เหลือง ส้ม เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมดูความ

ผ้าม่านในห้องครัว
เน้น: ประโยชน์ใช้สอยในเรื่องของการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน สามารถควบคุมแสง กันฝุ่นเวลาทำกับข้าวได้อย่างพอเหมาะ
แนะนำ: แนะนำให้ใช้แบบมู่ลี่ค่ะ เพราะเราสามารถปรับระดับแสงในระดับที่ต้องการและสามารถบังสายตาจากแดดจ้าๆ ได้ ที่สำคัญต้องทำความสะอาดได้ง่าย
สี: ควรเน้นกลางๆ ในโทนร้อนค่ะ ไม่สดหรือไม่เข้มจนเกินไปเพื่อให้แม่ครัวรู้สึกสบายตาเวลาทำอาหารแต่สามารถ กระตุ้นความอยากอาหารได้เช่นกัน เช่น สีครีม สีส้มอ่อน

ผ้าม่านห้องรับแขก
เน้น: การตกแต่งห้องเพื่อให้ดูสวยงามมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยกันแสงและกรองแสงได้ระดับนึงเพื่อสร้างพื้นที่ส่วนตัว ให้แก่เจ้าของบ้านและแขกผู้มาเยือนได้ค่ะ
แนะนำ: สำหรับในห้องนี้คุณสามารถเลือกแบบได้ตามใจชอบเลย ค่ะ ขอให้มีความสวยงามเป็นพอ อาจจะเป็นผ้าม่านหลุยส์ ผ้าม่าน 2 ชั้น หรือมู่ลี่ไม้ก็สวยไปอีกแบบ เรียกได้ว่าสามารถตกแต่งได้ตามความชอบใจกันเลยทีเดียว
สี: เรื่องของสีที่จะเลือกใช้ในห้องนี้ ขอแค่ให้ดูความลงตัวของโทนสีในห้องเป็นหลักแค่นั้นก็โอเคแล้วค่ะ

ผ้าม่านห้องน้ำ
เน้น: สร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งาน รวมไปถึงสร้างความสวยงามและสบายตาได้
แนะนำ: แบบผ้าม่านที่เหมาะสมคือมู่ลี่ค่ะ เพราะง่ายต้องการเช็ดและทำความสะอาด รวมไปถึงหากโดนละอองน้ำหรือเปียกก็สามารถดูแลง่าย ไม่ดูดน้ำ และไม่สร้างกลิ่นอับอีกด้วย
สี: ควรเป็นสีที่โทนเย็นเพื่อสร้างความสบายตาเพื่อเข้าห้อง ทำให้เกิดความรู้สึกสะอาดค่ะ


ขอขอบคุณ : women.sanook.com

Read More 0 Comment

แอร์บ้านควรมีหลักในการเลือกซื้ออย่างไรมาดูกัน

วิธีการเลือกชื้อแอร์บ้าน
1. ชนิดของแอร์บ้านที่นิยมใช้ในบ้านอยู่อาศัย ในปัจจุบันมีจำหน่ายในท้องตลาด 3 ชนิด คือ

แอร์บ้าน ชนิดติดหน้าต่าง จะเหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะที่ติดตั้งวงกบหน้าต่าง ติดกระจกช่องแสงติดตาย บานกระทุ้ง บานเกล็ด เป็นต้น มีขนาดตั้งแต่ 9,000 – 24,000 บีทียู/ชม. มีค่าประสิทธิภาพ (EER=บีทียูต่อชั่วโมง/วัตต์) ตั้งแต่ 7.5 – 10 บีทียู/ชม./วัตต์
แอร์บ้าน ชนิดแยกส่วนติดฝาผนังหรือแขวน เหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะทึบจะติดตั้งได้สวยงาม แต่จะมีราคแพงกว่าเมื่อเปรียบเทียบแอร์ชนิดต่าง ๆ ที่มีขนาดเท่ากัน (บีทียู/ชม.) แอร์ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า และจะมีสวิตซ์ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบอิเลกคทรอนิกส์สำหรับควบคุมอุณหภูมิความเย็นของห้อง มีขนาดตั้งแต่ 8,000 – 24,000 บีทียู/ชม. ค่า EER ตั้งแต่ 7.5 – 13 บีทียู/ชม./วัตต์

แอร์บ้าน ชนิดแยกส่วนตั้งพื้น จะเหมาะสมกับห้องที่มีลักษณะห้องที่เป็นกระจกทั้งหมด ผนังทึบซึ่งไม่อาจเจาะ ช่องเพื่อติดตั้งได้ เมื่อเปรียบเทียบแอร์บ้านชนิดต่าง ๆ ที่มีขนาดเท่ากัน แอร์บ้านชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่า มีขนาดตั้งแต่ 12,000 – 36,000 บีทียู/ชม. มีค่า EER ตั้งแต่ 6 – 11 บีทียู/ชม./วัตต์


แอร์บ้าน coolthailand.com

2. ควรเลือกซื้อแอร์บ้านที่มีสลากประหยัดไฟ โดยเป็นสติกเกอร์ติดอยู่ที่แอร์ ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองคุณภาพ โดยกำหนดเป็นตัวเลขดังนี้

ตารางหมายเลข ประสิทธิภาพแอร์

3. ควรเลือกขนาดของแอร์บ้านให้เหมาะสมกับห้องที่ต้องการติดตั้ง โดยที่ความสูงของห้องไม่เกิน 3 เมตร ควรเลือกขนาดตามตารางต่อไปนี้

ตารางการเลือกขนาดแอร์เทียบกับขนาดห้อง


ที่มา guaranteelogo.com

Read More 0 Comment

การปูกระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ แกรนิตโต้


การปูกระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ แกรนิตโต้

การปูกระเบื้องแผ่นใหญ่มักพบปัญหาการหลุดร่อนบ่อยครั้ง เนื่องจากขนาดของกระเบื้องรวมไปถึงการไม่ดูดซึมน้ำของกระเบื้อง เพื่อป้องกันปัญหา ช่างจำเป็นต้องพิจารณาเลือกใช้กาวซีเมนต์ให้ถูกประเภท และวิธีการปูก็ต้องถูกต้องด้วยปัจจัยที่มีผลต่อการปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ หินอ่อน หินแกรนิต

1.ซีเมนต์ที่มีความหนามาก การหดตัวจะมากด้วย การปูกระเบื้องด้วยการ ปูสด คือ ปูกระเบื้องพร้อมปรับระดับพื้นในเวลาเดียวกัน วิธีการนี้กระเบื้องมีโอกาสหลุดร่อนสูง เนื่องจากกระเบื้องไม่มีรูพรุน ซีเมนต์ธรรมดาไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปเพื่อสร้างการยึดเกาะได้
ซีเมนต์ที่มีความหนาเมื่อเริ่มเซ็ตตัวจะเกิดการหดตัว ยิ่งส่งผลทำให้เนื้อซีเมนต์ไม่เกาะที่ผิวกระเบื้อง

2.กระเบื้องแผ่นใหญ่ส่วนมากเป็นกระเบื้องเนื้อเดียว รูพรุนต่ำ การยึดเกาะของกาวซีเมนต์โดยทั่วไป คือ กาวซีเมนต์จะแทรกซึมไปตามรูพรุนของกระเบื้องแล้วเกิดการยึดเกาะขึ้น เรียกว่า การยึดเกาะทางกล แต่เมื่อกระเบื้องไม่มีรูพรุนจำเป็นต้องอาศัยการยึดเกาะทางเคมี คือ การใส่สารโพลีเมอร์เข้าไปในเนื้อกาวซีเมนต์เพื่อทำให้กาวซีเมนต์สามารถยึดเกาะที่ผิวกระเบื้องได้ ดังนั้นการปูกระเบื้องไม่ดูดซึมน้ำหรือกระเบื้องขนาดใหญ่ จึงต้องใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมของสารโพลีเมอร์

3.กาวซีเมนต์แต่ละชนิดมีระยะเวลาเปิดหน้าปูน (Open time) ไม่เท่ากันระยะเวลาในการขึ้นกาวซีเมนต์บนพื้นผิวและปูกระเบื้อง (Open time) ถ้ามีระยะเวลายาวพอจะช่วยให้ปูกระเบื้องได้รวดเร็ว โดยที่ความสามารถของกาวซีเมนต์ในการติดหลังกระเบื้อง (Wetting Capability) ยังดี และมีแรงติดยึดเป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติ

แกรนิตโต้

ที่มา weberthai.com

Read More 0 Comment

การปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า ที่ถูกต้องสวยงาม


การปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ สปา เซาว์น่า ปัจจัยที่มีผลต่อการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ

1.น้ำในสระว่ายน้ำสามารถซึมผ่านยาแนวเข้าไปในโครงสร้างใต้กระเบื้องได้ เนื่องจากยาแนวทั่วไป (Cementitious Grouts) มีรูพรุน ทำให้น้ำในสระว่ายน้ำสามารถซึมผ่านยาแนวเข้าไปในโครงสร้างใต้กระเบื้องได้ หรือถึงแม้ว่าจะใช้ยาแนวอีพ๊อกซี่ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าช่างจะยาแนวเต็มร่องได้สมบูรณ์ทุกจุด ดังนั้นการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณา

ต้องมีการติดตั้งระบบป้องกันการรั่วซึมอีกชั้นหนึ่งก่อนการปูกระเบื้อง
กาวซีเมนต์ที่ใช้ในการปูกระเบื้องต้องมีความสามารถในการยึดเกาะสูง ทนทานต่อการสัมผัสน้ำ

2.โครงสร้างมีการเคลื่อนตัวอันเนื่องมาจากน้ำหนักของน้ำในสระและอุณหภูมิภายนอก สระว่ายน้ำเมื่อใส่น้ำเข้าไปในสระแล้ว โครงสร้างจะเกิดการเคลื่อนตัว เนื่องจากแรงดันของน้ำที่กระทำไปตามผนังของสระว่ายน้ำ ตลอดจนน้ำหนักของน้ำในสระและอุณหภูมิก็เป็นปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างเกิดการเคลื่อนตัว

3.สารเคมีกลุ่มคลอรีน น้ำยาทำความสะอาด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยาแนว ในสระว่ายน้ำ
สารเคมีที่ใส่ไปในสระว่ายน้ำมีผลทำให้ยาแนวเกิดการสึกกร่อน ดังนั้นการปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ยาแนวจะต้องทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี

4.ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับการปูกระเบื้องในสระน้ำ การใช้กาวซีเมนต์และยาแนวที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับสระว่ายน้ำ มักพบปัญหายาแนวสึกกร่อนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการสัมผัสคลอรีนและน้ำยาทำความสะอาดเข้มข้น ทำให้น้ำสามารถเข้าไปทำลายการยึดเกาะของกาวซีเมนต์ใต้แผ่นกระเบื้อง ทำให้เกิดปัญหากระเบื้องหลุดร่อน

ปูกระเบื้องในสระว่ายน้ำ por-engineering.com

ที่มา weberthai.com

Read More 0 Comment

วิธีดูสภาพพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้องเพื่อความมั่นคง


หลักเกณฑ์ในการตรวจสภาพพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้อง

ตรวจสอบโดยใช้ไม้ที่ได้ระดับยาว 2 ม. วางลงบนพื้นผิว ไม้วัดระดับต้องแนบพื้นผิว มีช่องว่างได้ตามรายละเอียดข้างล่าง

บริเวณที่อยู่ใต้ไม้วัดระดับต้องมีช่องว่างไม่เกิน 5 มม.
บริเวณที่ใช้งานหนัก หรือบริเวณที่ใช้กาวเหลวปูกระเบื้องไม่ควรเกิน 3 มม.

ถ้าความเรียบของพื้นผิวเป็นไปตามมาตรฐานข้างต้นเกิน 80% ถือว่าอยู่ในสภาพปกติ
แต่ถ้าพื้นผิวไม่เรียบมากกว่า 20% ควรปรับระดับด้วยปูนทรายที่ผสมน้ำยาประสานคอนกรีต เวเบอร์.นีโอ ลาเท็กซ์ เพื่อให้ปูนใหม่กับปูนเก่าติดกันได้ดี

ความมั่นคงของพื้นผิว

วิธีวัดความมั่นคง ความแน่นของพื้นผิว ทำอย่างไร?
ตรวจสอบบริเวณแผ่นไม้ ตามขอบของแผ่นไม้
สำหรับพื้นผิวไม้ เมื่อเราเดินลงไปหรือสัมผัส พื้นไม้ไม่ควรยุบตัว สั่นสะเทือน หรือแปรสภาพ
ถ้าพื้นผิวไม่แข็งแรงพอ ควรจะทำใหม่หรือซ่อมแซม เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับพื้นผิว

ตรวจสภาพพื้นผิวก่อนการปูกระเบื้อง weberthai.com

ความแข็งแรงของพื้นผิว

พื้นผิวจะต้องแข็งแรงและมีความต้านทาน เพื่อลดปัญหาการหลุดร่อนจากพื้นผิว
วิธีวัดตรวจสอบความแข็งของพื้นผิว ทำอย่างไร?

วิธีง่ายๆ ที่ใช้ตรวจความแข็งแรงของพื้นผิว คือ การใช้ตะปูขูดพื้นผิวหลายๆ จุด
ถ้าพื้นผิวหลุดร่อนร่วนซุย ถือว่าพื้นผิวนั้นไม่แข็งแรงเพียงพอสำหรับการปูกระเบื้อง

กรณีพื้นผิวเก่าที่เป็นปูนปลาสเตอร์ เช่น กำแพงที่ทำด้วยปูนขาว ให้สกัดพื้นผิว จนได้พื้นผิวที่แข็ง

ถ้าพื้นผิวชำรุด แตกร้าว แข็งไม่เพียงพอ ให้สกัด หรือกะเทาะบริเวณที่ชำรุดออก ให้หมดจนเหลือแต่บริเวณที่แข็งแรงไว้

การดูดซึมน้ำของพื้นผิว

พื้นซีเมนต์ต้องดูดซึมน้ำปกติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากาวซีเมนต์แห้งเร็วเกินไป
วิธีวัดตรวจสอบประสิทธิภาพการดูดซึมน้ำของพื้นผิว ทำอย่างไร?

ตรวจสอบโดยการใช้น้ำราดลงพื้นผิวในปริมาณเล็กน้อย

ถ้าพื้นผิวดูดซึมน้ำได้หมดภายในระยะเวลาน้อยกว่า 1 นาที ถือว่าเป็นพื้นผิวที่ดูดน้ำเร็วเกินไป พื้นผิวลักษณะนี้ ต้องทาด้วย น้ำยารองพื้นเพื่อลดการดูดซึมของน้ำ ก่อน

การยึดติดของกระเบื้องเดิมและสีเก่า
พื้นผิวต้องเป็นพื้นผิวเดียวกัน มีแรงต้านทานการยึดเกาะของกาวซีเมนต์
วิธีตรวจสอบการยึดติดของกระเบื้องเดิมก่อนการปูกระเบื้องทับ ทำอย่างไร?

สำหรับพื้นกระเบื้องเดิม ใช้ค้อนหรือเกรียงเคาะให้ทั่วบริเวณ เพื่อตรวจสอบการยึดติดของกระเบื้องเดิม

รื้อแผ่นกระเบื้องเดิมที่ไม่แน่นออก

ปูกระเบื้องบริเวณนั้นใหม่ โดยเลือกใช้กระเบื้องชนิดเดียวกันและคุณสมบัติเหมือนกันกับกระเบื้องเดิม
วิธีตรวจสอบการยึดติดของสีเก่าก่อนการปูกระเบื้องทับ ทำอย่างไร?

สำหรับการตรวจสอบพื้นผิวที่มีสีเก่า ใช้มีดคัตเตอร์กรีดเป็นเส้นในแนวตั้งและแนวนอน ยาว 10 ซม. มีความห่างต่อเส้นประมาณ 2 มม.

กรีดให้ได้เป็นสี่เหลี่ยมเล็กขนาด 2 x 2 มม. ในพื้นที่ 10 x 10 ซม. จากนั้นใช้เทปกาวใสติดแนบลงไป แล้วดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ถ้า 80% ของสี่เหลี่ยมเล็ก (ขนาด 2 x 2 มม.) ยังยึดติดดี แสดงว่า สีเก่ายังให้การยึดติดที่ดี
ถ้าน้อยกว่า 80% ของสี่เหลี่ยมเล็กที่ยึดติดดี แสดงว่า สีเก่ามีการติดยึดที่ไม่ดี ต้องขูดสีเก่าออก

การทำความสะอาดพื้นผิว
พื้นผิวต้องสะอาด เพื่อการยึดเกาะที่ดีของกาวซีเมนต์
วิธีทำความสะอาดพื้นผิว ทำอย่างไร?

พื้นผิวบริเวณที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด กำจัดฝุ่นและเศษผงต่างๆ เช่น ผงซีเมนต์ ยิปซัม ไขมัน คราบมันต่างๆ ออกให้หมด เพื่อให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะพื้นผิวได้ดี

สำหรับพื้นกระเบื้องเดิม กระเบื้องยาง สี การปูกระเบื้องทับต้องทารองพื้นด้วยน้ำยารองพื้น เวเบอร์.พริม 2 ก่อน เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
สำหรับการปูกระเบื้องบนสีเดิม ให้กำจัดคราบสีน้ำพลาสติก สีอะครีลิคออกให้หมด แล้วทาน้ำยารองพื้น เวเบอร์.พริม 2 เพื่อเพิ่มแรงติดยึดทางด้านเคมี
สำหรับพื้นซีเมนต์เก่า คอนกรีตเก่า คอนกรีตมวลเบา ผนังยิปซัม ไม้ ไม้อัดซีเมนต์ ต้องรองพื้นด้วย น้ำยารองพื้นเพื่อลดการดูดซึมของน้ำ ก่อนการปูกระเบื้อง

การตรวจวัดความชื้นของพื้นผิว
การตรวจสอบความชื้นของพื้นผิวก่อนอื่นต้องเช็ดพื้นผิวให้แห้งสนิท จากนั้นอ่านค่าความชื้นบนพื้นผิวจากเครื่องมือวัดความชื้น

พื้นผิวที่ต้องการจะปูกระเบื้องและพื้นปลาสเตอร์ไม่ควรมีความชื้นอยู่เกิน 3% ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมซึ่งบางสภาพแวดล้อม ความชื้นอาจจะอยู่นาน 2 สัปดาห์ ถึงหลายเดือน
สำหรับผิวแอนไฮไดร์ (ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมซัลเฟต) ต้องมีความชื้นหลงเหลืออยู่น้อยกว่า 1% และสำหรับพื้นพีวีซี ความชื้นควรน้อยกว่า 0.5%

ที่มา weberthai.com

Read More 0 Comment

การปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ที่ถูกต้องและแน่นอน

การปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์

ปัจจัยที่มีผลทำให้กระเบื้องหลุดร่อน
การปูกระเบื้องโดยใช้ปูนผสมทรายป้ายใต้แผ่นหลังกระเบื้องเป็นจุดๆ (ดังภาพ) จะทำให้มีช่องว่างระหว่างแผ่นกระเบื้องกับพื้นผิว เป็นสาเหตุทำให้กระเบื้องแตกหักง่าย หรือกรณีมีน้ำรั่วซึม น้ำก็สามารถไหลไปตามช่องว่าง ทำให้เกิดปัญหากับพื้นผิวบริเวณอื่นๆ ได้
กรณีใช้กาวซีเมนต์ปูกระเบื้องแต่ปูผิดวิธี เช่น การป้ายกาวซีเมนต์ใต้แผ่นกระเบื้องเป็นจุดๆ แบบ ซาลาเปา (ดังภาพที่ 3) หรือการใช้เกรียงใบโพธิ์ปาดกาวไปที่หลังกระเบื้อง จะทำให้ประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์ลดลง อันเป็นสาเหตุให้กระเบื้องเกิดการหลุดร่อนได้ภายหลัง

การที่กาวซีเมนต์มีประสิทธิภาพการยึดเกาะดี คือ ควรใช้เกรียงหวีหรือเกรียงฟันฉลามปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นผิว เกลี่ยให้ทั่วเพื่อรักษาระดับความหนาของกาวซีเมนต์ให้สม่ำเสมอ ในบางกรณี เช่น กระเบื้องขนาดใหญ่หรือหลังกระเบื้องมีร่อง จำเป็นต้องปาดกาวซีเมนต์ใต้แผ่นกระเบื้องอีกชั้นหนึ่งด้วย

การปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์แต่นำกระเบื้องไปแช่น้ำ จะทำให้สัดส่วนระหว่างน้ำกับกาวซีเมนต์ที่ผู้ผลิตออกแบบมาแล้วเกิดความคลาดเคลื่อนไป ซึ่งอาจส่งผลให้กระเบื้องไหลกรณีปูที่ผนังหรือประสิทธิภาพการยึดเกาะของกาวซีเมนต์ลดลง ดังนั้นไม่ควรนำกระเบื้องไปแช่น้ำก่อนปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ เวเบอร์

ปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ selectcon.com

กรณีปูกระเบื้องแผ่นใหญ่แบบวิธีดั้งเดิม คือ การปูสด โดยใช้ซีเมนต์ผสมทรายปูกระเบื้องและปรับระดับไปพร้อมกัน วิธีนี้กระเบื้องจะหลุดร่อนและแตกตามมุมได้ภายหลัง

การปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์จำเป็นต้องเลือกประเภทของกาวซีเมนต์ให้ถูกต้องกับการใช้งาน เช่น ถ้าปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ควรใช้กาวซีเมนต์เกรดพิเศษที่มีส่วนผสมของสารโพลีเมอร์สำหรับกระเบื้องแผ่นใหญ่โดยเฉพาะ

ที่มา weberthai.com

Read More 0 Comment

วิธีปูกระเบื้องบนผนังภายนอกอาคารหรือระเบียง


การปูกระเบื้องบนผนังภายนอกอาคารหรือระเบียง

การปูกระเบื้องบริเวณภายนอกอาคาร ซึ่งต้องสัมผัสแสงแดด ลม ฝน หรือการสั่นสะเทือนจากรถที่สัญจรไปมา กรณีอาคารตั้งอยู่ติดถนน สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อการติดตั้งกระเบื้องให้ติดแน่นทนทาน

ปัจจัยที่มีผลต่อการปูกระเบื้องบริเวณระเบียง หรือผนังภายนอกอาคาร

1.กาวซีเมนต์และยาแนวมีรูพรุน 
โดยธรรมชาติของกาวซีเมนต์และยาแนวจะมีรูพรุน ดังนั้นน้ำจึงสามารถซึมผ่านรูพรุนของยาแนวไปสู่กาวซีเมนต์และพื้นผิวหลังกระเบื้องได้

ดังนั้นการปูกระเบื้องภายนอกอาคารจึงต้องพิจารณา

กาวซีเมนต์ที่ใช้ปูกระเบื้องต้องมีความสามารถในการยึดเกาะและทนทานต่อการสัมผัสน้ำ
กรณีระเบียง โครงสร้างต้องแข็งแรง เพื่อรองรับน้ำหนักของกระเบื้องกาวซีเมนต์และยาแนว และควรออกแบบให้มีความลาดเอียงเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง และติดตั้งระบบกันรั่วซึมเพื่อป้องกันน้ำซึมผ่านจากระเบียงลงูพื้นด้านล่าง

2.แสงแดด อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง มีผลต่อการขยายตัวของกระเบื้องและพื้นผิว

สภาพภูมิอากาศ สภาวะแวดล้อม เช่น แสงแดด ฝน ก่อให้เกิดการขยายตัว หดตัวของกระเบื้องและพื้นผิว แต่ด้วยอัตราการขยายตัวและหดตัวที่ไม่เท่ากัน ทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้
จึงจำเป็นต้องเลือกใช้กาวซีเมนต์และยาแนวยืดหยุ่น เพื่อช่วยรองรับสภาวะดังกล่าว ซึ่งป้องกันการหลุดร่อนของกระเบื้อง

3.ขนาดกระเบื้องที่ใหญ่มาก ประสิทธิภาพในการรองรับการขยายตัวและหดตัวของยาแนวยิ่งน้อยลง

เนื่องจากการขยายตัวของพื้นผิวและกระเบื้องไม่เท่ากัน
ควรต้องเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 3 มม. ซึ่งยาแนวที่ใช้ต้องทนทานและมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว

ปูกระเบื้องบนผนัง weberthai.com

วิธีแก้ปัญหา

ปูกระเบื้องบนผนังภายนอกอาคาร
กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์
ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ เอาท์ไซด์

ปูกระเบื้องภายนอกอาคาร บริเวณระเบียงหรือเฉลียง
ซีเมนต์กันรั่วซึม เวเบอร์.ดราย เท็ค
กาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์
ยาแนว เวเบอร์.คัลเลอร์ เอาท์ไซด์

การปูกระเบื้องบริเวณภายนอกอาคารหรือระเบียง ต้องใช้กาวซีเมนต์และยาแนวชนิดยืดหยุ่น (Polymer Modified Adhesive and Grout) ซึ่งมีความสามารถในการยึดเกาะสูง มีรูพรุนน้อย การเลือกใช้กระเบื้องขนาดเล็กจะทำให้การขยายตัว หดตัวน้อยกว่ากระเบื้องขนาดใหญ่
ขั้นตอนการปูกระเบื้องบนผนังภายนอกอาคารหรือบริเวณระเบียง

1.เตรียมพื้นผิว
ก่อนการปูกระเบื้องพื้นผิวต้องเรียบ สะอาด กรณีระเบียงพื้นผิว ต้องเรียบและควรออกแบบให้มีความลาดเอียงบริเวณท่อระบายน้ำ

2.กรณีปูกระเบื้องบริเวณระเบียงหรือเฉลียง ควรติดตั้งระบบกันรั่วซึม เวเบอร์.ดราย เท็ค ก่อนปูกระเบื้อง ควรทิ้งให้ซีเมนต์กันรั่วซึมแห้ง 1 วัน ก่อนปูกระเบื้อง

3.ปูกระเบื้องด้วยกาวซีเมนต์ เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์ 
ทิ้งให้กาวซีเมนต์แห้ง 24 ชม. ก่อนการยาแนว
4.ยาแนวกระเบื้องด้วย เวเบอร์.คัลเลอร์ เอาท์ไซด์
ควรเว้นร่องยาแนวประมาณ 3-12 มม. เพื่อรองรับการขยายตัวของกระเบื้องและพื้นผิว
ควรเว้นรอยต่อ Movement Joint กว้างประมาณ 5-6 มม. ในทุกๆ 60 ตรม. และอุดรอยต่อด้วย Special Silicone Sealants

บริเวณกระเบื้องหักมุมหรือมุมเสาหรือบริเวณรอยต่อของพื้นผิวที่ต่างชนิดกัน ควรเว้นรอยต่อประมาณ 5-6 มม. และอุดรอยต่อด้วย Special Silicone Sealant

ผลิตภัณฑ์อ้างอิง
เวเบอร์.คัลเลอร์ เอาท์ไซด์
เวเบอร์.ดราย เท็ค
เวเบอร์.ไทล์ เฟล็กซ์

ที่มา treetouch.com

Read More 0 Comment

แบบห้องน้ำขนาดเล็ก กระเบื้องห้องน้ำสลับสี


แบบห้องน้ำขนาดเล็ก กระเบื้องห้องน้ำสลับสี

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก บางวันร้อนจนต้องอาบน้ำ 3-4 ครั้ง เพื่อดับความร้อนในร่างกาย การตกแต่งห้องน้ำให้เรียบร้อย สะอาด สบายตา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพราะหากเข้าไปในห้องน้ำแล้วสกปรกไม่เป็นระเบียบ แทนที่จะได้ดับร้อน กลับกลายเป็นการเพิ่มความร้อนขึ้นอีก บ้านไอเดีย ขอเสนอการตกแต่งห้องน้ำเล็กๆให้ดูสบายตา มีระเบียบ แถมยังมีสีสันอีกด้วย ห้องน้ำที่นำมาให้ชมกันในวันนี้นั้น เป็นห้องน้ำที่มีพื้นที่แคบๆ ตกแต่่งแบบเรียบๆ แต่เพิ่มความโดดเด่น ด้วยการปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องโทนสีแดง

พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องหินอ่อน ส่วนผนังปูด้วยกระเบื้องโทนสีแดงสลับกับสีขาว สีขาวช่วยตัดความแรงของสีแดง ทำให้ห้องดูสว่างและสบายตาขึ้น เคาเตอร์อ่างล่างหน้าเล็กๆ เป็นลิ้นชักเก็บของได้ในตัว กระจกเงาบานใหญ่ ตรงกลาง ตั้งชักโครกสีขาว อ่างอาบน้ำเล็กๆ แบบฝังตัว ชั้นวางของติดผนัง ไว้วางแชมพู สบู่ ผ้าขนหนู มีช่องหน้าต่างไว้ระบายอากาศ

กระเบื้องห้องน้ำสลับสี โดย รอบรั้ว bloggang.com

ที่มา banidea.com

Read More 0 Comment

กระเบื้องห้องน้ำ แต่งพื้นผนังสวย พิมพ์ลาย โมเสก


กระเบื้องห้องน้ำ แต่งพื้นผนังสวย พิมพ์ลาย โมเสก 

เพิ่มลวดลายผนังห้องน้ำให้สวยด้วยกระเบื้อง

สวัสดีวันหยุด สุดสัปดาห์ สำหรับวันอาทิตย์ หลายๆ ผู้หลงไหลการตกแต่งบ้าน เมื่อถึงวันหยุด มักหยุดอยู่ที่บ้าน เพื่อทำการตรวจสอบดูรายละเอียด เผื่อได้แต่งเติมความงดงามให้กับบ้าน และแล้วก็มุ่งหน้าเข้าสู่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แอดมินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน ที่มักใช้ช่วงของวันหยุด เดินดูของตกแต่งบ้าน วันนี้ “บ้านไอเดีย” จึงนำแบบไอเดียห้องน้ำ แต่จะมุ่งเน้นเนื้อหาไปทางด้าน กระเปื้องห้องน้ำ โดยการนำกระเบื้องที่มีจำหน่ายทั่วไป มาเพิ่มมูลค่า ให้ดูมีเสน่ห์ สวยงามมากยิ่งขึ้น เริ่มจากผนังห้อง เลือกใช้กระเบื้องแบบพิมพ์ลาย ที่ให้ลวดลายสวยงามภายในตัวกระเบื้องเอง โดยปกติมีให้เลือกหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ลวดลายมักเป็นลายแบบต่อเนื่อง เหมือนกันทุกแผ่น มักนิยมนำมากเป็นลายตัดเส้นของห้อง

กระเบื้องโมเสก เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลาย ห้องน้ำดังกล่าวนี้ ใช้กระเบื้องโมเสกในการปูอ่างอาบน้ำ และผนังอ่างล้างหน้า เพียงแค่สลับสีสัน ขาว และ ดำ ลวดลายสวยๆ ก็เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ แนะนำให้ออกแบบลวดลายไว้ก่อน ที่จะทำจริง เพื่อสะดวกต่อการเลือกซื้อ และลวดลายไม่ดูมั่วจนเกินไป เพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป ขอบของอ่างน้ำ ผู้ออกแบบได้นำกระเบื้องพิมพ์ลายมาทำขอบ เพื่อให้ดูเป็นลายที่ตัดกันอย่างสวยงาม

กระเบื้องห้องน้ำ decorreport.com

พื้นผนังห้องน้ำ ส่วนอื่นๆ ใช้เป็นกระเบื้องเซรามิกทั่วไป สลับสี ขาวและดำ ทำให้ห้องดูมีเส้นขอบตัด และดูกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแค่ลวดลายกระเบื้องที่ดูสวยงาม แต่ห้องน้ำดังกล่าวนี้ ยังมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่สามารถจัดสรรได้อย่างคุ้มค่าและลงตัว โดยให้พื้นที่ของอ่างอาบน้ำ และอ่างล้างหน้า ติดผนังตรงข้ามกัน พื้นที่ตรงกลางสำหรับทางเดิน ให้แสงสว่างจากภายนอกด้วยกระจกฝ้า ที่ให้ความโปร่งแสง และเป็นส่วนตัว สำหรับวันนี้ นำไอเดียเล็กๆ น้อยๆ มาฝากกันก่อน ในเนื้อหาถัดไป จะมาเจาะลึกรายละเอียดของกระเบื้องชนิดต่างๆ ถึงคุณสมบัติและความแตกต่างอย่างละเอียด

บทความโดย ? : banidea.com

ที่มา banidea.com

Read More 0 Comment